ภัยที่เกิดขึ้นกับแฟลชไดร์ฟโดยรวมๆคือ แฟลชไดร์ฟสูญหาย แฟลชไดร์ฟเสียหายเพราะโดนไวรัส การถูกดูข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อมูลในแฟลชไดร์ฟสูญหาย วิธีแก้ไขคือ 1. เก็บไว้ใกล้ตัว-ไม่ต้องกลัวหาย นับวันแฟลชไดรฟ์จะมีขนาดเล็กลง หายง่ายมาก (ถูกขโมยก็ง่ายด้วย) มีไม่น้อยที่มักจะหลงลืมไว้ตามที่ต่างๆ เวลาหยิบออกมาวาง หรือแม้แต่ติดไปกับเครื่องคอมพ์ชาวบ้านเพราะลืมขอคืน บางคนชอบคล้องไว้กับกุญแจ ซึ่งเป็นของที่ชอบทำหายอันดับต้นๆ วิธีน่าสนใจที่สุดคือ เลือกรุ่นที่มีสายคล้องคอไว้ แม้จะดูไม่สวยงามเท่าไร แต่มันลดโอกาสทำหาย และถูกขโมยได้เกือบ 100% อีกนิดนึง ควรเลือกรุ่นที่สายต่ออยู่กับตัวแฟลชไดรฟ์ หลีกเลี่ยงการเลือกใช้รุ่นที่สายคล้องคอผูกกับฝาครอบนะครับ 2. ระวังไวรัส ต้องถือเป็นข้อควรระวังในการใช้งานแฟลชไดรฟ์อันดับต้นๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้วแฟลชไดรฟ์จะมีลักษณะการใช้งานเหมือนกับฟลอปปี้ดิสก์ ซึ่งนั่นหมายความว่า ไวรัสสามารถใช้แฟลชไดรฟ์เป็นสื่อพาหะสำหรับการแพร่กระจายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเวลาใช้งานแฟลชไดรฟ์ คุณควรแน่ใจก่อนว่า เป็นการถ่ายโอนเฉพาะไฟล์ข้อมูลเท่านั้น (ไม่ได้ติดไวรัสมาด้วย) ประเด็นที่สำคัญก็คือ ควรแน่ใจว่าคุณกำลังเชื่อมต่อแฟลชไดรฟ์กับคอมพิวเตอร์ที่รันซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่ได้รับการอัพเดตสม่ำเสมอ และในกรณีที่คอมพ์ของคุณรันแอนตี้ไวรัส เวลาต่อกับแฟลชไดรฟ์ ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสในเครื่องคอมพ์จะสแกนแฟลชไดรฟ์ให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจแฟลชไดรฟ์ที่รับมา ก็ไม่ควรเชื่อมต่อเข้ากับคอมพ์ของคุณเด็ดขาด 3. เข้ารหัสข้อมูล เพื่อรักษาความลับ ถ้าหากแฟลชไดรฟ์ของคุณหาย นั่นหมายความข้อมูลของคุณตกไปอยู่ในมือของผู้ที่พบมันด้วย และถ้าหากคนผู้นั้นบังเอิญเป็นคู่แข่งคุณโดยตรง อะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้น หากคุณใช้แฟลชไดรฟ์เก็บข้อมูลสำคัญ การเข้ารัหสข้อมูลดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) จะทำให้ข้อมูลเปิดอ่านไม่รู้เรื่องจนกว่าจะได้รับพาสเวิร์ดที่ถูกต้อง ซึ่งควรเลือกเข้ารหัสที่ระดับ 128 บิต เพื่อความปลอดภัย แฟลชไดรฟ์รุ่นใหม่ๆ จะมาพร้อมกับคุณสมบัติการเข้ารหัสข้อมูลมาด้วย แต่อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจนะครับว่า ซอฟต์แวร์ที่ให้มาไม่ใช่รุ่นทดลอง ...
Monthly Archive: January 2010
Permanent link to this article: http://www.comfixclub.com/5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1/
Jan
08
Microsoft และ Adobe เตรียมส่ง patch อุดช่องโหว่ระบบรักษาความปลอดภัย


มีรายงานล่าสุดออกมาว่า Microsoft ได้เตรียมทำการส่ง patch แก้ไขปัญหาช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในระดับ critical อังคารหน้านี้ ในขณะที่ด้าน Adobe ก็เตรียมส่ง patch อุดช่องโหว่ใน Adobe Reader และ Acrobat เช่นเดียวกัน
โดยในวันอังคารหน้าที่จะถึงนี้ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีอย่าง Microsoft และ Adobe ได้เตรียมที่จะทำการส่ง patch ออกมา เพื่อเข้าแก้ไขปัญหาช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของตน โดยช่องโหว่ของ Microsoft นี้ จะอยู่ในระดับขั้นวิกฤต หรือ critical ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของ Windows 2000 โดยตรง โดยช่องโหว่นี้ จะอนุญาตให้เหล่าบรรดาแฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ได้ผ่านทางการรันโค้ด แต่จะมีผลกระทบเพียงไม่มากในระบบปฏิบัติการ Windows 7, Vista, XP, Server 2003 และ Server 2008 ในขณะที่ทางฝั่ง Adobe ก็มีกำหนดส่ง patch แก้ปัญหาช่องโหว่ใน Adobe Reader และ Acrobat วันเดียวกัน โดยช่องโหว่นี้ถูกตรวจพบตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดการถูกเอารัดเอาเปรียบจากการโจมตีของไวรัสโทรจันที่ถูกแพร่กระจายออกมาและทำการติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ทำให้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์นั้นๆได้อย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ทางทีมงานของ Adobe ยังจะทำการทดสอบการทำงานที่มีการอัพเดตขึ้นมาใหม่ใน Adobe Reader และ Acrobat อีกด้วย
Source :CNET
Permanent link to this article: http://www.comfixclub.com/microsoft-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-adobe-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-patch-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/
Jan
08
Facebook แก้ปัญหาบัคที่ส่งผลต่อการทำงาน iPhone app


ทีมงาน Facebook ได้ทำการแก้ไขปัญหาการทำงานที่ผิดพลาดใน Facebook ซึ่งไปส่งผลกระทบต่อการทำงานของแอปพลิเคชั่นอื่นๆบนโทรศัพท์มือถือ iPhone
โดยปัญหาบัคใน Facebook นี้ ได้ถูกปรากฎขึ้นตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบให้บางแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ iPhone ซึ่งใช้บริการเดียวกันนี้ เกิดการทำงานที่ผิดพลาด โดยปัญหาเกิดขึ้นจากส่วนของอินเทอร์เฟสในแอปพลิเคชั่น Facebook ซึ่งเป็นช่องทางในการเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆเข้าไปในแอปพลิเคชั่นของเหล่าบรรดานักพัฒนา โดยทางทีมงานของ Facebook ได้มีการแจ้งเตือนถึงนักพัฒนาไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จะมีการปิด APIs เก่าในวันอังคาร ซึ่งเป็นแผนพัฒนาที่ได้มีการวางเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดย Chris Diskin นักพัฒนา Emoti ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในขณะที่ผู้ใช้มีการโพสรูปอีโมคอนขึ้นบนข้อความสถานะใน Facebook อยู่นั้น แอปพลิเคชั่นก็เกิดการหยุดการทำงานลงไป โดยอาการนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเที่ยงของวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ APIs เก่าถูกปิดลง อย่างไรก็ตาม ทางตัวแทนของ Facebook ได้ออกมากล่าวในภายหลังว่า บัคที่เกิดขึ้นในโปรแกรมนี้ ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก APIs แต่อย่างใด โดยบัคนี้ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานในทุกแอปพลิเคชั่น และไม่ได้เกิดขึ้นในผู้ใช้ทุกราย ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ Emoti ที่ทำการซื้อแอปพลิเคชั่น และล็อกอินก่อนเที่ยงของวันอังคาร จะสามารถใช้งานได้อย่างปกติ แต่สำหรับผู้ใช้ที่ทำการซื้อและล็อกอินเข้าหลังเที่ยง จะเกิดปัญหาขึ้นในทันที โดยหลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ทางทีมงานก็ได้รับแจ้งถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งก็มีการรีบเข้าทำการแก้ไขในทันที โดย Diskin ยังกล่าวยืนยันอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ Emoti สามารถทำงานเป็นปกติเหมือนเดิมแล้ว
Source :CNET
Permanent link to this article: http://www.comfixclub.com/facebook-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88/
Jan
08
RealD ลงนามทำสัญญากับหลายค่ายผู้ผลิตทีวียักษ์ใหญ่เพื่อโปรเจค 3D TV


RealD บริษัทเจ้าของเทคโนโลยี 3D ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบัน ได้เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเหล่าบรรดาผู้ผลิตโทรทัศน์รายใหญ่ๆอย่าง Panasonic, Sony, Toshiba, JVC, Samsung และ DirecTV เพื่อเข้าร่วมโปรเจคในการพัฒนาทีวีแบบ 3 มิติ
โดยภายในงานการประชุม Consumer Electronics Show ที่เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น RealD บริษัทเจ้าของเทคโนโลยี 3D ได้ออกมาประกาศร่วมมือกับทางบริษัทผู้ผลิตโทรทัศน์รายใหญ่ๆในการนำเอาเทคโนโลยี 3D เข้ามาใช้ปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้ได้ทีวีแบบ 3 มิติในอนาคต โดยบริษัทผู้ผลิตโทรทัศน์ที่เข้าร่วมในโปรเจคนี้ ได้แก่ Panasonic, Sony, Toshiba, JVC, Samsung และ DirecTV ซึ่ง Toshiba จะมีการผลิตทีวีแบบ 3 มิติในชื่อรุ่น ZX900 TV ในขณะที่ Panasonic จะมีการนำเอาเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาให้เข้ากับ Full HD 3D Viera TV ด้าน Sony มีการนำไปใช้กับทีวีในตระกูล Bravia HDTVs และ JVC มีการนำไปปรับใช้กับจอแอลซีดีของตน โดยตัวแทนจาก RealD ยังได้ประกาศอีกว่า จะมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ดังกล่าวข้างต้นนี้อีกในโปรเจคพัฒนาแว่นตาแบบ 3 มิติอีกด้วย
Source :CNET
Permanent link to this article: http://www.comfixclub.com/reald-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%88/
Jan
08
Intel ประกาศเปิดตัว Core i3, i5, i7 32 นาโนเมตรอย่างเป็นทางการ


CPU แพลตฟอร์ม Nehalem ขนาด 32nm Core i3, i5, i7 จาก Intel เปิดตัวสเปคพร้อมราคาวางขายแล้ว
ผ่านไป 2 ปีหลังจากการประกาศเปิดตัวครั้งแรกของ CPU ประมวลผลขนาด 32 นาโนโมตรจากทาง Intel เมื่อวานในงาน CES 2010 ที่ผ่านมา CPU แพลตฟอร์ม Nehalem นั้นจะเป็น CPU ที่ติดตั้งชิปเซตแสดงผลที่สามารถเล่นไฟล์ภาพความละเอียดสูง (Full HD) ไว้ควบคู่กับ CPU ประมวลผลอีกด้วย โดยการเปิดตัวในครั้งนี้ของ Intel ประกอบไปด้วยสินค้าถึงกว่า 25 รายการซึ่งทั้งหมดรวมไปถึง CPU Core i3, i5 และ i7 รุ่นใหม่ ชิปเซตเมนบอร์ดซีรีย์ 5 รุ่นล่าสุด และอุปกรณ์เสริม Centrino WiMAX Adapter โดยทางตัวแทนของ Intel ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นของ CPU ครั้งนี้จะยกระดับวงการคอมพิวเตอร์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์จากการแข่งขันมากที่สุดก็คือกลุ่มของผู้ใช้เองที่สามารถเลือกซื้อ CPU ที่เหมาะสมกับการใช้งานประจำวันได้ในราคาที่ลดลงกว่าเดิมมาก โดยรายละเอียดด้านราคาและประสิทธิภาพของสินค้าที่เพิ่มเปิดตัวไปนั้นได้มีประกาศไว้ที่เว็บไซต์ของทาง Intel เอง (http://www.intel.com/pressroom/archive/releases/20100107comp_sm.htm)
Source :tomshardware.com
Permanent link to this article: http://www.comfixclub.com/intel-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-core-i3-i5-i7-32-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1/
Jan
08
Nvidia เผยโฉม Tegra 2 พร้อมโอ่แรงกว่าเดิมถึง 4 เท่า


Nvidia เปิดตัวชิปเซตประมวลผลพ่วงกราฟฟิก Tegra 2 พร้อมสรรพคุณแรงกว่าเดิม 4 เท่าแต่กินไฟน้อยลง
แม้ว่า Tegra ชิปเซตประมวลผลและกราฟฟิกของ Nvidia นั้นจะยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เมื่อวันที่ผ่านมาทาง Nvidia ก็ได้ประกาศเปิดตัว Tegra 2 ชิปเซตที่บรรจุเอาทั้งระบบรวมไว้ในชิปตัวเดียว (system-on-a-chip (SoC)) โดย Tegra 2 นั้นจะใช้รูปแบบชิปประมวลผลแบบ ARM ขนาด 40 นาโนเมตรโดยมีการะระบุจาก Nvidia ว่า Tegra 2 ใช้พลังงานที่น้อยกว่า Atom จาก Intel และ Snap Dragon ของ Qualcomm เสียอีก แต่ประสิทธิภาพของ Tegra 2 นั้นเหนือกว่ามากโดยเปรียบเทียบว่า Tegra 2 มีประสิทธิภาพโดยรวมที่เหนือกว่า Tegra รุ่นก่อนหน้าถึงกว่า 4 เท่า โดยอ้างว่า Tegra 1 นั้นแค่มีประสิทธิภาพพอที่จะเล่นไฟล์ความละเอียดสูง (Full HD) ได้ แต่ Tegra 2 นั้นสามารถเล่นไฟล์ความละเอียดสูง (Full HD) ได้กว่า 16 ชั่วโมงหรือเล่นไฟล์เพลงได้กว่า 140 ชั่วโมงภายใต้การชาร์ตพลังงานแค่ครั้งเดียว และยังสามารถที่จะแสดงผลเกม 3 มิติคุณภาพสูงที่สร้างด้วยเอนจิ้น Unreal 3 ได้อีกด้วย และทาง Nvidia ยังได้ทิ้งท้ายว่า Tegra 2 นั้นเริ่มสายการผลิตเรียบร้อยแล้ว
Source :techspot.com
Permanent link to this article: http://www.comfixclub.com/nvidia-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1-tegra-2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88/


